HOT NEWS
พฤหัสบดี, 31 กรกฏาคม 2014
สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ
เขียนโดย ทวีศักดิ์ ศรีศิริ   
 อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร
ตั้ง อยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยสัมฤทธิ์เท่าตัวจริง ยืนบนแท่นมือขวาถือกาน้ำ มือซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์ ชาวกาฬสินธุ์ทุกหมู่เหล่า ได้สละทรัพย์ก่อสร้าง อนุสาวรีย์เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิตาคุณต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์
 พิพิธภัณฑ์ของดีจังหวัดกาฬสินธุ์
ตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ (หลังเดิม) ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ (นายชัยรัตน์ มาปราณีต) ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์รวมของดีเมืองกาฬสินธุ์ จัดเป็นห้องบรรยายสรุป ห้องเจ้าเมือง ห้องศาสนา ห้องเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ห้องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวผู้ไทย ห้องวิจิตรแพรวา ห้องศึกษาค้นคว้าเรื่องหัตถกรรม ห้องสาธิตจำหน่ายผ้าไหมแพรวา และของที่ระลึกพื้นเมือง โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. โทร. 0 4381 1695
 วัดศรีบุญเรือง (วัดเหนือ)
อยู่ ถัดจากวัดกลางเป็นวัดเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมือง ซึ่งมีเสมาจำหลักเมืองฟ้าแดดสงยางจำนวนหนึ่งเก็บรักษาไว้ โดยปักไว้รอบพระอุโบสถ หลักเสมาจำหลักที่สวยงามคือ หลักที่จำหลักเป็นรูปเทวดาเหาะอยู่เหนือปราสาททำเป็นซุ้มเรือนแก้ว (ศิลปะแบบทวารวดี) ซ้อนกันเป็น 2 ชั้น ล่างสุดมีรูปกษัตริย์ พระมเหสี และพระโอรส
 วัดกลาง
ตั้ง อยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร วัดกลางเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ภายในวัดมีพระอุโบสถที่สร้างต่อเติมจากพระอุโบสถหลังเก่า เป็นอาคารทรงไทยประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา บานประตูไม้แกะสลักเป็นภาพพุทธประวัติ ส่วนหน้าต่างแกะสลักเป็นชาดกเรื่องต่าง ๆ ด้านหน้าและด้านหลังพระอุโบสถมีทวารบาลปูนปั้น ภายในพระอุโบสถเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดก
 สวนสาธารณะกุดน้ำกิน
กุด น้ำกิน เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ อยู่ในตัวมืองกาฬสินธุ์ ห่างจากสถานีขนส่งไปทางทิศตะวันตกไม่ถึง 200 เมตร เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ได้พัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และนันทนาการต่างๆ โดยบริเวณโดยรอบของกุดน้ำกินจะมีทางสำหรับวิ่งหรือเดินออกกำลังกาย ผืนดินที่ยื่นเข้าไปจนเกือบคล้ายเกาะ จะสร้างอาคารสำหรับเป็นฟิตเนส บริเวณลานตรงกลางใช้สำหรับซ้อมลีลาศ, เต้นแอโรบิค, รำกระบอง ฯลฯ ส่วนศาลาด้านหลังไว้สำหรับประกอบพิธีต่างๆ
 พิพิธภัณฑ์สิรินธร
ศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ที่ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เริ่มทำการขุดค้นอย่างเป็นระบบ โดยคณะสำรวจไดโนเสาร์จากกรมทรัพยากรธรณี ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2537 ซึ่ง เป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็น พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์
 พุทธสถานภูปอ
ตั้ง อยู่ในวัดอินทร์ประทานพร ตำบลภูปอ ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ 28 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 213 กิโลเมตรที่ 59 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางบ้านโจด-บ้านนาจารย์-นาคอกควาย ประมาณ 16 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์ ฝีมือช่างสมัยทวาราวดี จำหลักบนหน้าผา 2 องค์ เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และใกล้เคียง
 พุทธสถานภูสิงห์
อยู่ บนยอดเขาภูสิงห์ ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 34 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 227 พุทธสถานภูสิงห์สามารถขึ้นได้ 2 ทาง คือ ทางทิศตะวันตกจะเป็นทางลาดยางคดเคี้ยวขึ้นตามไหล่เขา และทางทิศตะวันออกเป็นทางขึ้นบันได 400 กว่าขั้น พุทธสถานภูสิงห์เป็นที่ประดิษฐานพระพรหมภูมิปาโล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร มีลักษณะงดงาม เป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่นล้อมรอบด้วยธรรมชาติ ทั้งยังมองเห็นทิวทัศน์ของทุ่งนา หมู่บ้านและน้ำในเขื่อนลำปาวอันสวยงามอีกด้วย
 วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว)
ตั้ง อยู่บ้านนาสีนวล ตำบลสหัสขันธ์ ห่างจากตัวอำเภอ สหัสขันธ์ประมาณ 7 กิโลเมตร ห่างจากภูสิงห์ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีเกตุมาลา ความยาวประมาณ 2 เมตร กว้าง 25 ซม. เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป ตามประวัติกล่าวว่าพระโมคัลลานะ พระสาวกของพระพุทธเจ้าสร้างขึ้นเมื่อ 2,000 กว่าปีมาแล้ว และทางวัดจะจัดให้มีงานสรงน้ำพระพุทธรูปไสยาสน์ในวันที่ 19 เมษายนของทุกปี
 เมืองฟ้าแดดสงยาง
ตั้งอยู่ที่บ้านเสมา ตำบลหนองแปน ห่างจากตัวจังหวัด 19 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข 214 (กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด) ระยะทาง 13 กิโลเมตร ถึงอำเภอกมลาไสย เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 2367 ระยะทาง 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยอีกประมาณ 400 เมตร เมืองฟ้าแดดสงยางหรือที่เรียกเพี้ยนเป็นฟ้าแดดสูงยาง
 พระธาตุยาคู
เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมก่อด้วยอิฐปรากฏการก่อสร้าง 3 สมัยด้วยกันคือ ส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ มีปูนปั้นประดับสร้างในสมัยทวารวดี ถัดขึ้นมาเป็นฐานรูปแปดเหลี่ยมซึ่งสร้างซ้อนทับบนฐานเดิมเป็นรูปแบบเจดีย์ใน สมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ รอบ ๆ องค์พระธาตุพบใบเสมาแกะสลักภาพนูนต่ำเรื่องพุทธประวัติ
 วัดโพธิ์ชัยเสมาราม  วัดบ้านก้อม
ตั้ง อยู่บ้านเสมาตรงข้ามกับทางเข้าเมืองฟ้าแดดสงยาง เป็นวัดเก่าที่ชาวบ้านได้นำใบเสมาหินที่ขุดพบมารวบรวมไว้จำนวนมาก มีใบเสมาหินขนาดใหญ่ที่อาจถือเป็นเอกลักษณ์ของอีสานเนื่องจากแทบจะไม่พบใน ภาคอื่นเลย ใบเสมาที่พบในเมืองฟ้าแดดสงยางมีความโดดเด่นคือ นิยมแกะสลักภาพเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและชาดก มีใบเสมาจำลองหลักที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุด
 ศูนย์หัตถกรรมผู้ไทยหนองห้าง
ตั้ง อยู่ที่บ้านหนองห้าง ตำบลหนองห้าง ห่างจากอำเภอกุฉินารายณ์ประมาณ 10 กิโลเมตร เดินทางจากที่ว่าการอำเภอกุฉินารายณ์ไปตามถนนหมายเลข 2042 ประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดยางประมาณ 6 กิโลเมตร ชาวบ้านบ้านหนองห้างมีการรวมกลุ่มกันทอผ้าฝ้าย ผ้าไหม และจักสานไม้ไผ่เป็นลวดลายผ้าขิด ฝีมือประณีตสวยงามมาก ผลิตภัณฑ์ได้แก่ กระเตาะ กระติ๊บ กระเป๋า และภาชนะต่าง ๆ
 หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง

เป็น หมู่บ้านขนาดเล็กอยู่เชิงเขามีชาวผู้ไทยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่ตำบลกุดหว้า ได้รับคัดเลือกจากจังหวัดให้เป็นหมู่บ้านนำร่องในด้านการท่องเที่ยวเชิง อนุรักษ์วัฒนธรรมชาวผู้ไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถพักแรมแบบโฮมสเตย์ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและประเพณีของชาวบ้าน เช่น พิธีบายศรีสู่ขวัญ พิธีเหยา (การรักษาผู้ป่วย) รับประทานอาหารพื้นบ้านแบบพาแลง ชมการแสดงศิลปพื้นบ้าน และเดินป่าศึกษาธรรมชาติพรรณไม้และพืชสมุนไพรท้องถิ่น

 กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน
อยู่ ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ 70 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 227 ผ้าแพรวาเป็นผ้าไหมลายมัดหมี่ที่มีลายเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกลุ่มทอผ้าชาวผู้ ไทยบ้านโพนแบ่งออกเป็น 2 ลาย ได้แก่ ลายหลัก และลายแถบ ส่วนสีของผ้าแพรวามิได้มีเพียงสีแดงเท่านั้น แต่มีการให้สีสันต่างๆ มากขึ้นตามความต้องการของตลาด เช่น สีครีม สีชมพูอ่อน สีม่วง สีน้ำเงิน สีเขียว เป็นต้น นับได้ว่าการทอผ้าแพรวาเป็นงานศิลปหัตถกรรมประเภทสิ่งทอที่หาได้น้อยแห่งใน ประเทศไทย
 เขื่อนลำปาว
เป็นเขื่อนซึ่งสร้างปิดกั้นลำน้ำปาว และห้วยยาง มีบริเวณเขตติดต่อระหว่างตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี และตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด เขื่อนลำปาวเป็นเขื่อนดินสูงจากท้องน้ำ 33 เมตร สันเขื่อนยาว 7.8 เมตร กว้าง 8 เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2506 สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2511 เพื่อปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยางที่บ้านหนองสองห้อง ตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์
 สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าลำปาว
(สวนสะออน)
ตั้ง อยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว มีเนื้อที่ 1,420 ไร่ มีสภาพเป็นป่าเต็งรังหรือป่าแดงที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์ป่าที่เป็นเอกลักษณ์ของสวนสะออน คือ วัวแดง ซึ่งเป็นสัตว์หายากมีอยู่มากกว่า 130 ตัว นอกจากนั้นยังมีสัตว์ชนิดอื่น ๆ ได้แก่ ชะนี ลิง นกชนิดต่าง ๆ ทั้งที่เลี้ยงไว้และนกที่มาตามฤดูกาล
 แหลมโนนวิเศษ

เป็น ผืนดินที่ยื่นเข้าไปในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว ตั้งอยู่ที่ ตำบลโนนบุรี ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร จากวัดสักกะวันประมาณ 300 เมตร ถึงสี่แยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบแยกเลี้ยวขวาไปแหลมโนนวิเศษ 3 กิโลเมตร แหลมโนนวิเศษเป็นจุดชมพระอาทิตย์อัสดงที่สวยงาม นอกจากนั้นยังมีแพขนานยนต์ที่ใช้สัญจรข้ามฟากระหว่าง อำเภอสหัสขันธ์ กับ อำเภอหนองกุงศรี ซึ่งสามารถบรรทุกได้ทั้งรถ 6 ล้อ และ 4 ล้อ ครั้งละ 4-10 คัน ใช้เวลาข้ามฟากประมาณ 15–20 นาที

วนอุทยานภูแฝก
อยู่ ในท้องที่บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง กิ่งอำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงห้วยฝา มีเนื้อที่ประมาณ 4,062.50 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2540